<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Trip2thai &#62;&#62;&#62; Lifestyle in Thailand.</title>
	<atom:link href="http://trip2thai.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://trip2thai.wordpress.com</link>
	<description>by NayAun.</description>
	<lastBuildDate>Mon, 28 Jan 2008 18:59:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='trip2thai.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Trip2thai &#62;&#62;&#62; Lifestyle in Thailand.</title>
		<link>http://trip2thai.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://trip2thai.wordpress.com/osd.xml" title="Trip2thai &#62;&#62;&#62; Lifestyle in Thailand." />
	<atom:link rel='hub' href='http://trip2thai.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ภาพสลักนูนต่ำ Unseen Thailand &#8211; ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ</title>
		<link>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/28/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3-unseen-thailand-%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%81/</link>
		<comments>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/28/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3-unseen-thailand-%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jan 2008 18:59:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trip2thai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดศรีสะเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[ผามออีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพสลักนูนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติเขาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Unseen Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trip2thai.wordpress.com/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[ผามออีแดง ตั้งอยู่ปลายสุดของทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ลงไปทางใต้ ๓๔ กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษประมาณ ๙๘ กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดียวที่ติดต่อกับทางขึ้นเขาพระวิหารผามออีแดงมีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติริมหน้าผาสูงติดกับพื้นที่ประเทศกัมพูชาซึ่งอยู่เบื้องล่าง เป็นจุดชมทัศนียภาพเขาพระวิหาร ในระยะใกล้เพียง ๑,๐๐๐ เมตร บริเวณผามออีแดงมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก ภาพสลักนูนต่ำ อยู่ทางด้านทิศใต้ของหน้าผามออีแดงเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไปมีภาพสลักหินนูนต่ำแกะสลักบนผนังหินทราย ใต้หน้าผารูปบุคคลสามคนศิลปะเขมรอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยปัจจุบันได้รับการสนับสนุนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งในโครงการ UNSEEN THAILAND สถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นของแถบแดนอีสานใต้ คงไม่พ้นโบราณสถานประเภทปราสาทหิน สิ่งก่อสร้างซึ่งรับอิทธิพลมาจากขอมหรือประเทศเขมรในปัจจุบัน หากใครกางแผนที่ท่องเที่ยวที่มีระบุแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวด้วยก้อ จะพบว่าตามเส้นทางที่เชื่อมระหว่างจังหวัดต่างๆในอีสานใต้ตั้งแต่ โคราช,สุรินทร์,ศรีสะเกษ,สระแก้ว จะมีแหล่งที่ตั้งของปราสาทหินอยู่เรียงรายตามรายทางนั้นนับ๑๐แห่ง แต่ที่ใหญ่ๆี่ผู้คนค่อนข้างจะรู้จักกันดีก็มีอยู่๓ที่ คือ ปราสาทหินพิมาย ที่โคราช, ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง อ.นางรองและ ปราสาทหินเขาพระวิหาร ของประเทศเขมรติดชายแดนไทย ซึ่งถ้าคุณชอบเที่ยวประเภทชมปราสาทหินเก่าแก่และมีโอกาสเดินทางไปแถบอีสานใต้แล้วละก้อไม่น่าพลาดลองแวะเที่ยวดู           ระยะทางจากกรุงเทพถึงศรีสะเกษ ประมาณ๕๗๑กิโลเมตรและจากตัวเมืองศรีสะเกษไปยังอำเภอกันทลักษณ์อีก ๙๘ กม.ก็จะถึงที่ตั้งของ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยต้องเสียค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานคนละ 20 บาทสำหรับคนไทยและ 200 บาทสำหรับชาวต่างประเทศ จุดแรกที่พลาดไม่ได้คือบริเวณที่ตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยว ผามออีแดง ซึ่งจะมีทางเดิมเพื่อไปชม ภาพแกะสลักนูนต่ำ ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในโครงการ Unseen [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=trip2thai.wordpress.com&amp;blog=2583260&amp;post=7&amp;subd=trip2thai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><font color="#999999"><img border="1" vspace="2" align="left" width="200" src="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-010.JPG" hspace="5" alt="ภาพสลักนูนต่ำ(Bes-Relief) " height="138" /><font size="2">ผามออีแดง ตั้งอยู่ปลายสุดของทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ลงไปทางใต้ ๓๔ กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษประมาณ ๙๘ กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดียวที่ติดต่อกับทางขึ้นเขาพระวิหารผามออีแดงมีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติริมหน้าผาสูงติดกับพื้นที่ประเทศกัมพูชาซึ่งอยู่เบื้องล่าง เป็นจุดชมทัศนียภาพเขาพระวิหาร ในระยะใกล้เพียง ๑,๐๐๐ เมตร บริเวณผามออีแดงมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก </font></font></div>
<div><font size="2" color="#999999">ภาพสลักนูนต่ำ อยู่ทางด้านทิศใต้ของหน้าผามออีแดงเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไปมีภาพสลักหินนูนต่ำแกะสลักบนผนังหินทราย ใต้หน้าผารูปบุคคลสามคนศิลปะเขมรอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยปัจจุบันได้รับการสนับสนุนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งในโครงการ UNSEEN THAILAND </font></div>
<div><font size="2" color="#999999"></font></div>
<div><font size="2" color="#999999">สถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นของแถบแดนอีสานใต้ คงไม่พ้นโบราณสถานประเภทปราสาทหิน สิ่งก่อสร้างซึ่งรับอิทธิพลมาจากขอมหรือประเทศเขมรในปัจจุบัน หากใครกางแผนที่ท่องเที่ยวที่มีระบุแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวด้วยก้อ จะพบว่าตามเส้นทางที่เชื่อมระหว่างจังหวัดต่างๆในอีสานใต้ตั้งแต่ โคราช,สุรินทร์,ศรีสะเกษ,สระแก้ว จะมีแหล่งที่ตั้งของปราสาทหินอยู่เรียงรายตามรายทางนั้นนับ๑๐แห่ง แต่ที่ใหญ่ๆี่ผู้คนค่อนข้างจะรู้จักกันดีก็มีอยู่๓ที่ คือ ปราสาทหินพิมาย ที่โคราช, ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง อ.นางรองและ ปราสาทหินเขาพระวิหาร ของประเทศเขมรติดชายแดนไทย ซึ่งถ้าคุณชอบเที่ยวประเภทชมปราสาทหินเก่าแก่และมีโอกาสเดินทางไปแถบอีสานใต้แล้วละก้อไม่น่าพลาดลองแวะเที่ยวดู</font></div>
<div><font size="2" color="#999999">          ระยะทางจากกรุงเทพถึงศรีสะเกษ ประมาณ๕๗๑กิโลเมตรและจากตัวเมืองศรีสะเกษไปยังอำเภอกันทลักษณ์อีก ๙๘ กม.ก็จะถึงที่ตั้งของ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยต้องเสียค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานคนละ 20 บาทสำหรับคนไทยและ 200 บาทสำหรับชาวต่างประเทศ จุดแรกที่พลาดไม่ได้คือบริเวณที่ตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยว ผามออีแดง ซึ่งจะมีทางเดิมเพื่อไปชม ภาพแกะสลักนูนต่ำ ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในโครงการ Unseen Thailand ดูจากสถานที่ตั้งก็เชื่อได้ว่าสมกับที่ถือเป็น Unseen จริงๆเพราะรูปถูกสลักอยู่ใต้หน้าผาสูงซึ่งถ้าในอดีตหากยืนอยู่ข้างบนคงไม่รู้แน่ว่ามีรูปสลักอยู่ข้างล่าง ปัจจุบันมีป้ายบอกทางมีบันไดไม้ลงไปให้ได้ชมอย่างสะดวกแต่กว่าจะเดินลงไปถึงก้อหน้ามืดเหมือนกัน ณ.จุดชมมีการทำรั้วกั้นไว้เนื่องจากบรรดาพวกมือบอนทั้งหลายแอบไปสลักชื่อขีดเขียนตามผนังหน้าผาใกลๆ้มั่วไปหมด อุตส่าห์อยู่รอดมานับพันปีให้ได้ชมแต่กลับจะมาถูกทำลายในไม่กี่ปีเพราะพวกสมองกลวงกลุ่มนี้</font></div>
<div><font size="2" color="#999999">ผามออีแดงถือเป็นเขตชายแดนไทยที่ติดกับเขมรซึ่งเราสามารถมองเห็นเขาพระวิหารได้ชัดเจน ส่วนการเดินทางเข้าชมปราสาทเขาพระวิหารจะต้องเสียค่าผ่านแดนออกนอกประเทศคนละ 5 บาท โดยทางเจ้าหน้าที่จะีถ่ายเอกสารบัตรประชาชนไว้เป็นหลักฐานการเข้าออก เมื่อจะเข้าชมปราสาทเขาพระวิหารทางเจ้าหน้าที่กัมพูชาจะเก็บค่าธรรมเนียมอีกครั้งโดยคิดจาก ชาวไทยคนละ 50 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 200 บาท ซึ่งเทียบดูแล้วทางไทยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวมากกว่าทางกัมพูชาทั้งที่รายได้จากนักท่องเที่ยวทางกัมพูชาน่าจะได้รับมากกว่าทั้งที่แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย</font></div>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/trip2thai.wordpress.com/7/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/trip2thai.wordpress.com/7/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/trip2thai.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/trip2thai.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/trip2thai.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/trip2thai.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/trip2thai.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/trip2thai.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/trip2thai.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/trip2thai.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/trip2thai.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/trip2thai.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/trip2thai.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/trip2thai.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/trip2thai.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/trip2thai.wordpress.com/7/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=trip2thai.wordpress.com&amp;blog=2583260&amp;post=7&amp;subd=trip2thai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/28/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3-unseen-thailand-%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/172c4c1a4077f53e06e94e1aef32386a?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">trip2thai</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-010.JPG" medium="image">
			<media:title type="html">ภาพสลักนูนต่ำ(Bes-Relief) </media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ชมเหนือฟ้าไปกับพารามอเตอร์</title>
		<link>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 11:21:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trip2thai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[พารามอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำโขง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80/</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนอาจสงสัย Paramotor คืออะไรผมเองก็มิใช่จะคุ้นเคยกับมันสักเท่าไหร่ไม่อาจให้ข้อมูลรายละเอียดได้มากนัก หากใครสนใจกีฬาชนิดนี้ก็อาจจะลองเข้าไปดูข้อมูลจากlinkข้างล่างได้ สำหรับพารามอเตอร์เองหลายคนอาจจะเคยเห็นก็เฉพาะในกิจกรรมของทางทหารหรือตำรวจเวลามีงานพิธีหรืองานกีฬาของทางจังหวัดต่างๆตัวผมเองเคยความใฝ่ฝันตั้งนานว่าอยากจะมีโอกาศร่อนไปบนท้องฟ้าเพื่อเห็นตัวเมืองเราบนอากาศสักครั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้วโอกาศอย่างนั้นมันเป็นไปได้ยากเหลือเกิน ปัจจุบันกีฬาประเภทนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่ก็เริ่มมีคนในจังหวัดให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นจนรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม ชมรมพารามอเตอร์นครพนม ซึ่งสมาชิกในชมรมก็มีหลากหลายอาชีพไม่ได้จำกัดเฉพาะอาชีพในแวดวงของตำรวจหรือทหารเหมือนแต่ก่อน หลายคนอาจจะมองว่ากีฬาประเภทนี้อันตรายแต่จากการผมได้พูดคุยได้ฟังเกี่ยวกับการเล่นกีฬาชนิดนี้จากเพื่อนผมและจากคนในกลุ่มของชมรมพารามอเตอร์ ก็ทำให้เกิดความมั่นใจว่ากีฬาชนิดนี้น่าจะมีความปลอดภัยระดับหนึ่งพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นตัวอุปกรณ์ที่ใช้ในการบิน กฎกติกาข้อปฏิบัติในการขึ้นเล่นแต่ละครั้ง ที่สำคัญผู้ที่ควบคุมเครื่องชนิดนี้จะต้องรู้จักเรียนรู้และศึกษาสภาพอากาศวิเคราะห์ได้ก่อนจะขึ้นบินแต่ละครั้งด้วย ซึ่งไม่ง่ายแต่ก็คงไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่มีใจรักกีฬาทางนี้ หรืออาจจะเลือกวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือขึ้นบินกับเครื่องร่อนที่มีสองที่นั่งแบบผม เราเป็นผู้โดยสารไม่ต้องควบคุมเครื่องก็สามารถสัมผัสท้องฟ้าได้เหมือนกัน ช่วงเวลาที่ขึ้นบินที่เหมาะที่สุดก็น่าจะเป็นตอนเช้าไม่เกิน๘โมงหรือไม่ก็ช่วงเย็นราว๔โมงเป็นต้นไปเพราะช่วงนั้นแดดไม่ร้อนอากาศกำลังดี แต่ก็ต้องดูสภาวะอากาศด้วยว่าอากาศนิ่งรึเปล่าหากมีลมแรงหรือฝนทำท่าจะตกก็อันตรายที่จะขึ้นบินเพราะจะทำการบังคับเครื่องได้ยาก สำหรับลานที่จะขึ้นบินเป็นลานบินที่เพื่อนผมได้ทำการปรับพื้นดินแต่งเรียบร้อย เครื่องพารามอเตอร์โดยทั่วไปในปัจจุบันจะมีสองแบบ คือ แบบที่นักบินแบกติดหลังที่นั่งเดี่ยว กับแบบที่ทำเป็นตัวเครื่องสามล้อสองที่นั่งในแบบหลังจึงจะต้องมีพื้นที่ให้เครื่องวิ่งขึ้นด้วย ในวันที่ผมได้ขึ้นบินนั้นเป็นตอนเย็นจริงๆแล้วผมพลาดโอกาสในตอนเช้า พอถึงเย็นแรกๆอากาศก็ดูจะไม่เป็นใจท้องฟ้ามีครึ้มฝนมาแต่ไกลเชียวแต่เพื่อนพอบอกให้ใจเย็น รอไปนิดนึงเพราะโดยทั่วไปหากมีท้องฟ้าตั้งเค้าเหมือนฝนจะตกแล้วแต่ไม่ตกหลังจากนั้นอากาศก็จะกลับมาปลอดโปร่งเหมาะแก่การเล่น ตอนแรกคิดว่าจะอดได้บินซ่ะแล้วก็ขึ้นบินได้หลังจากที่รอประมาณครึ่งชั่วโมงจนเมฆฝนผ่านไป เราบินผ่านท้องนาเข้ามาตัวเมืองเลียบตามแม่น้ำโขงแล้วก็บนวนเวียนช่วงท้ายเมืองอยู่หลายรอบบนท้องฟ้ามันสวยกว่าที่ผมคาดคิด จากบนนี้สามารถมองไกลไปถึงตอนเหนือของตัวเมืองเห็นเกาะกลางน้ำโขงรวมทั้ง หาดทรายแก้ว หนึ่งในแคมเปญ &#8221; Unseen in Thailand &#8221; ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เป็นแนวยาว เราไม่ได้บินผ่านตัวเมืองถือเป็นมารยาทของการบินที่ทุกคนที่เล่นเครื่องประเภทนี้จะต้องรับรู้และเข้าใจ ว่าต้องเลี่ยงการบินในที่ชุมชนแล้วก็บริเวณสนามบินหรือที่ๆมีเครื่องบินๆขึ้นลงประจำเพราะมันเกิดอันตรายได้ง่ายกว่าการบินในที่โล่งอีกทั้งอาจจะเป็นการรบกวน(สายตาที่คนอาจจะหมั่นไส้ได้)ผู้คนเบื้องล่างอีกด้วย หลังจากบินวนเวียนราวครึ่งชั่งโมงเราก็บินกลับระหว่างภาพบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกมันเป็นภาพประทับใจที่น่าจดจำครั้งหนึ่ง หากใครสนใจที่จะลองบินไปกับเครื่องร่อนพารามอเตอร์อาจจะลองไปขอร่วมบินกับทางชมรมได้หรือลองติดต่อสอบถามได้ตามเคาเตอร์ของโรงแรมที่พักในจังหวัดเนื่องจากเพื่อนผมเริ่มจะจัดเป็นบริการทัวร์ขึ้นบินชมตัวเมืองบ้างแล้ว ในความเห็นผมว่าการบินด้วยพารามอเตอร์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ในแง่เรื่องความปลอดภัยหากผู้เล่นมีการระมัดระวังและปฏิบัติตามข้อระเบียบอย่างเคร่งครัดก็ไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรได้ง่ายๆเท่าที่ดูถึงมอเตอร์ดับก็ยังมีร่มคอยพยุงให้ร่อนลงได้อยู่ คนทั่วไปก็น่าจะสามารถเล่นได้เหมือนกีฬาชนิดนึง อีกทั้งยังน่าจะช่วยส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นจุดเด่นของทัวร์ในจังหวัดเราก็ได้หากได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาคราชการและเอกชน ตัวเมืองเราสวยผมก็อยากให้ทุกคนได้เห้นกันของอย่างงี้ไม่เห้นด้วยตาตัวเองไม่รู้หรอกครับว่าบ้านเราเมืองเรามันสวยแค่ไหน<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=trip2thai.wordpress.com&amp;blog=2583260&amp;post=5&amp;subd=trip2thai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><img border="1" vspace="3" align="left" width="200" src="http://www.geocities.com/aunphoto14/paramotor-np/web/TN_paramotor-np-10.JPG" hspace="5" alt="บรรยากาศช่วงเย็นพระ��าทิตย์กำลังจะตก" height="150" /><font size="2">หลายคนอาจสงสัย Paramotor คืออะไรผมเองก็มิใช่จะคุ้นเคยกับมันสักเท่าไหร่ไม่อาจให้ข้อมูลรายละเอียดได้มากนัก หากใครสนใจกีฬาชนิดนี้ก็อาจจะลองเข้าไปดูข้อมูลจากlinkข้างล่างได้ สำหรับพารามอเตอร์เองหลายคนอาจจะเคยเห็นก็เฉพาะในกิจกรรมของทางทหารหรือตำรวจเวลามีงานพิธีหรืองานกีฬาของทางจังหวัดต่างๆตัวผมเองเคยความใฝ่ฝันตั้งนานว่าอยากจะมีโอกาศร่อนไปบนท้องฟ้าเพื่อเห็นตัวเมืองเราบนอากาศสักครั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้วโอกาศอย่างนั้นมันเป็นไปได้ยากเหลือเกิน</font></div>
<div></div>
<div><font size="2">ปัจจุบันกีฬาประเภทนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย</font><img border="1" vspace="3" align="right" width="200" src="http://www.geocities.com/aunphoto14/paramotor-np/web/TN_paramotor-np-20.JPG" hspace="5" alt="สวนสาธารณะท้ายเมื��ง" height="150" /> <font size="2">แต่ก็เริ่มมีคนในจังหวัดให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นจนรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม ชมรมพารามอเตอร์นครพนม ซึ่งสมาชิกในชมรมก็มีหลากหลายอาชีพไม่ได้จำกัดเฉพาะอาชีพในแวดวงของตำรวจหรือทหารเหมือนแต่ก่อน หลายคนอาจจะมองว่ากีฬาประเภทนี้อันตรายแต่จากการผมได้พูดคุยได้ฟังเกี่ยวกับการเล่นกีฬาชนิดนี้จากเพื่อนผมและจากคนในกลุ่มของชมรมพารามอเตอร์ ก็ทำให้เกิดความมั่นใจว่ากีฬาชนิดนี้น่าจะมีความปลอดภัยระดับหนึ่งพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นตัวอุปกรณ์ที่ใช้ในการบิน กฎกติกาข้อปฏิบัติในการขึ้นเล่นแต่ละครั้ง ที่สำคัญผู้ที่ควบคุมเครื่องชนิดนี้จะต้องรู้จักเรียนรู้และศึกษาสภาพอากาศวิเคราะห์ได้ก่อนจะขึ้นบินแต่ละครั้งด้วย ซึ่งไม่ง่ายแต่ก็คงไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่มีใจรักกีฬาทางนี้ หรืออาจจะเลือกวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือขึ้นบินกับเครื่องร่อนที่มีสองที่นั่งแบบผม เราเป็นผู้โดยสารไม่ต้องควบคุมเครื่องก็สามารถสัมผัสท้องฟ้าได้เหมือนกัน</font></div>
<div></div>
<div><img border="1" vspace="3" align="left" width="200" src="http://www.geocities.com/aunphoto14/paramotor-np/web/TN_paramotor-np-26.JPG" hspace="5" alt="วัดศรีเทพม��งจากเบื้��งสูงสวยงามจริงครับ" height="150" /><font size="2">ช่วงเวลาที่ขึ้นบินที่เหมาะที่สุดก็น่าจะเป็นตอนเช้าไม่เกิน๘โมงหรือไม่ก็ช่วงเย็นราว๔โมงเป็นต้นไปเพราะช่วงนั้นแดดไม่ร้อนอากาศกำลังดี แต่ก็ต้องดูสภาวะอากาศด้วยว่าอากาศนิ่งรึเปล่าหากมีลมแรงหรือฝนทำท่าจะตกก็อันตรายที่จะขึ้นบินเพราะจะทำการบังคับเครื่องได้ยาก สำหรับลานที่จะขึ้นบินเป็นลานบินที่เพื่อนผมได้ทำการปรับพื้นดินแต่งเรียบร้อย เครื่องพารามอเตอร์โดยทั่วไปในปัจจุบันจะมีสองแบบ คือ แบบที่นักบินแบกติดหลังที่นั่งเดี่ยว กับแบบที่ทำเป็นตัวเครื่องสามล้อสองที่นั่งในแบบหลังจึงจะต้องมีพื้นที่ให้เครื่องวิ่งขึ้นด้วย ในวันที่ผมได้ขึ้นบินนั้นเป็นตอนเย็นจริงๆแล้วผมพลาดโอกาสในตอนเช้า พอถึงเย็นแรกๆอากาศก็ดูจะไม่เป็นใจท้องฟ้ามีครึ้มฝนมาแต่ไกลเชียวแต่เพื่อนพอบอกให้ใจเย็น รอไปนิดนึงเพราะโดยทั่วไปหากมีท้องฟ้าตั้งเค้าเหมือนฝนจะตกแล้วแต่ไม่ตกหลังจากนั้นอากาศก็จะกลับมาปลอดโปร่งเหมาะแก่การเล่น</font></div>
<div></div>
<div><img border="1" vspace="3" align="right" width="200" src="http://www.geocities.com/aunphoto14/paramotor-np/web/TN_paramotor-np-16.JPG" hspace="5" alt="หาดทรายท��งเชื่��มกลางระหว่างฝั่งไทยและลาว" height="150" /><font size="2">ตอนแรกคิดว่าจะอดได้บินซ่ะแล้วก็ขึ้นบินได้หลังจากที่รอประมาณครึ่งชั่วโมงจนเมฆฝนผ่านไป เราบินผ่านท้องนาเข้ามาตัวเมืองเลียบตามแม่น้ำโขงแล้วก็บนวนเวียนช่วงท้ายเมืองอยู่หลายรอบบนท้องฟ้ามันสวยกว่าที่ผมคาดคิด จากบนนี้สามารถมองไกลไปถึงตอนเหนือของตัวเมืองเห็นเกาะกลางน้ำโขงรวมทั้ง หาดทรายแก้ว หนึ่งในแคมเปญ &#8221; Unseen in Thailand &#8221; ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เป็นแนวยาว เราไม่ได้บินผ่านตัวเมืองถือเป็นมารยาทของการบินที่ทุกคนที่เล่นเครื่องประเภทนี้จะต้องรับรู้และเข้าใจ ว่าต้องเลี่ยงการบินในที่ชุมชนแล้วก็บริเวณสนามบินหรือที่ๆมีเครื่องบินๆขึ้นลงประจำเพราะมันเกิดอันตรายได้ง่ายกว่าการบินในที่โล่งอีกทั้งอาจจะเป็นการรบกวน(สายตาที่คนอาจจะหมั่นไส้ได้)ผู้คนเบื้องล่างอีกด้วย หลังจากบินวนเวียนราวครึ่งชั่งโมงเราก็บินกลับระหว่างภาพบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกมันเป็นภาพประทับใจที่น่าจดจำครั้งหนึ่ง</font></div>
<div><font size="2"></font></div>
<div><font size="2">หากใครสนใจที่จะลองบินไปกับเครื่องร่อนพารามอเตอร์อาจจะลองไปขอร่วมบินกับทางชมรมได้หรือลองติดต่อสอบถามได้ตามเคาเตอร์ของโรงแรมที่พักในจังหวัดเนื่องจากเพื่อนผมเริ่มจะจัดเป็นบริการทัวร์ขึ้นบินชมตัวเมืองบ้างแล้ว ในความเห็นผมว่าการบินด้วยพารามอเตอร์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ในแง่เรื่องความปลอดภัยหากผู้เล่นมีการระมัดระวังและปฏิบัติตามข้อระเบียบอย่างเคร่งครัดก็ไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรได้ง่ายๆเท่าที่ดูถึงมอเตอร์ดับก็ยังมีร่มคอยพยุงให้ร่อนลงได้อยู่ คนทั่วไปก็น่าจะสามารถเล่นได้เหมือนกีฬาชนิดนึง อีกทั้งยังน่าจะช่วยส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นจุดเด่นของทัวร์ในจังหวัดเราก็ได้หากได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาคราชการและเอกชน ตัวเมืองเราสวยผมก็อยากให้ทุกคนได้เห้นกันของอย่างงี้ไม่เห้นด้วยตาตัวเองไม่รู้หรอกครับว่าบ้านเราเมืองเรามันสวยแค่ไหน</font></div>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/trip2thai.wordpress.com/5/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/trip2thai.wordpress.com/5/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/trip2thai.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/trip2thai.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/trip2thai.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/trip2thai.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/trip2thai.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/trip2thai.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/trip2thai.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/trip2thai.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/trip2thai.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/trip2thai.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/trip2thai.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/trip2thai.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/trip2thai.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/trip2thai.wordpress.com/5/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=trip2thai.wordpress.com&amp;blog=2583260&amp;post=5&amp;subd=trip2thai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/172c4c1a4077f53e06e94e1aef32386a?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">trip2thai</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto14/paramotor-np/web/TN_paramotor-np-10.JPG" medium="image">
			<media:title type="html">บรรยากาศช่วงเย็นพระ��าทิตย์กำลังจะตก</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto14/paramotor-np/web/TN_paramotor-np-20.JPG" medium="image">
			<media:title type="html">สวนสาธารณะท้ายเมื��ง</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto14/paramotor-np/web/TN_paramotor-np-26.JPG" medium="image">
			<media:title type="html">วัดศรีเทพม��งจากเบื้��งสูงสวยงามจริงครับ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto14/paramotor-np/web/TN_paramotor-np-16.JPG" medium="image">
			<media:title type="html">หาดทรายท��งเชื่��มกลางระหว่างฝั่งไทยและลาว</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เที่ยวเขาพระวิหาร</title>
		<link>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jan 2008 11:17:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>trip2thai</dc:creator>
				<category><![CDATA[History]]></category>
		<category><![CDATA[กัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[บุรีรัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[เขาพระวิหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[ปราสาทเขาพระวิหาร ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนชาวขอมในอดีตที่น่าท่องเที่ยวน่าศึกษาหาความรู้ หากทางกัมพูชาได้พัฒนาทัศนียภาพบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวให้ทัดเทียมกับทางด้านประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคงจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมายังสถานที่นี้ี่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบที่จะเกิดกับสถานที่อันเกิดจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและกับระเบิดที่ยังหลงเหลืออยู่ใครจะไปเที่ยวก็ต้องระวังตัวอย่าประมาทแล้วกันครับไม่งั้น ตูม!!! ไม่อยากคิดถึงเลยครับ จากจุดหน้าผามออีแดงชายแดนไทยจะอยู่ห่างจากเชิงเขาพระวิหารชายแดนกัมพูชาอีกประมาณกิโลเมตรกว่าๆ เมื่อก่อนเห็นว่าจะมีรถรับส่งถึงที่แต่ปัจจุบันจะต้องเดินเท้าเข้าไปเองซึ่งก็ไม่ถือว่าไกลเท่าไหร่นัก จากลานทางเดินกว้างผ่านซุ้มประตูรั้วข้ามห้วยเล็กๆซึ่งถือเป็นเขตกั้นระหว่างไทยกับกัมพูชาก็จะเห็นเชิงเขาทางขึ้นเขาพระวิหารอยู่ข้างหน้า บริเวณข้างล่างจะมีตลาดขายของที่ระลึกอยู่หลายร้านซึ่งคงไม่ต่างจากตลาดอินโดจีนแถวบ้านผมสักเท่าไหร่ ระหว่่างทางเราจะเจอเด็กน้อยชาวเขมรเดินตามแร่ขายโปสเตอร์ภาพถ่ายเขาพระวิหาร &#8221; ซื้อให้หนูหน่อย &#8221; &#8221; ขากลับพี่มาซื้อกับหนูนะ &#8221; มีเด็กชาวเขมรเยอะมากที่ยึดอาชีพนี้ซึ่งหากเราเดินไปสักพักเราก็จะรู้ว่าเหมือนเป็นสคริปต์ที่เตรียมไว้สำหรับคุยกับนักท่องเที่ยวในการขาย เพราะเมื่อเดินไปไหนก็เจอเด็กพูดประโยคนี้หมดตลกดีเหมือนกัน นอกจากเด็กแร่ขายโปสเตอร์แล้วอาชีพที่ดูจะนิยมสำหรับชาวเขมรกรณีเป็นผู้ใหญ่แล้วคือ รับถ่ายรูปโพลารอยด์ให้กับนักท่องเที่ยวสนนราคาก้อแผ่นละ50บาท ซึ่งเค้าจะเดินตามนักท่องเที่ยวชักชวนให้ถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้หากคุณไม่ถ่ายก็ไม่เป็นไรเค้าพร้อมจะเดินตามคุณแนะนำคุณไปตลอดทางจนถึงบนเขา ทั้งนี้เนื่องจากมีชาวเขมรยึดอาชีพนี้กันเยอะหากเค้าได้นักท่องเที่ยวที่ยอมถ่ายรูปให้เค้าสักรูปสองรูปก้อถือว่าคุ้มแล้ว อีกอย่างเค้ายังได้เรียนรู้ภาษาต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือต่างประเทศจากนักท่องเที่ยวมันเป็นกำไรที่เค้าสามารถนำไปใช้ในอาชีพต่อไป และแล้วเราก็ไม่พ้นได้หนุ่มน้อยชาวเขมรที่รับจ้างถ่ายรูปโพลารอยด์นี่แหละเป็นไกด์นำเที่ยว ระหว่างทางที่เดินไปเค้ายังได้เล่าถึงสภาพชีวิตความเป็ฆไหนอยู่ของชาวกัมพูชาว่ายังมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นลำบากกันไปทั่ว ตัวเค้าเองเรียนถึงแค่ระดับมัธยมปลายก็ต้องออกมาหางานทำเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวโดยเสียตังส์ไปนั่งเรียนฝึกพูดสนทนาภาษาไทยอยู่ประมาณ2เดือนก่อนจะมาทำอาชีพนี้ ภาษาไทยของเรากลายเป็นภาษาที่ชาวกัมพูชาสนใจที่จะเรียนรู้พอๆกับภาษาอังกฤษ ในอนาคตมันคงไม่แปลกหากคุณได้ไปเที่ยวประเทศต่างๆแถบอินโดจีนใกล้บ้านเราไม่ว่าจะ ลาว กัมพูชา พม่า หรือเวียดนาม สามารถพูดคุยสื่อสารกับคนในประเทศนั้นด้วยภาษาไทยของเราที่แหละ ใครที่จะมารับจ้างถ่ายรูปบนเขาพระวิหารจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ทางการตกประมาณคนละ ๒๐๐๐ บาทต่อเดือน คิดแล้วก้อไม่ใช่น้อยที่เดียวหากเทียบกับรายได้ที่จะได้ อีกทั้งยังคู่แข่งชาวเขมรที่ทำอาชีพนี้ด้วยกันซึ่งนับวันน่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากบันไดขั้นแรกถึงปราสาทชั้นที่ ๑ ซึ่งเหลือเป็นแค่ซากปรักหักพักไปแล้วเล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกันเพราะทางขึ้นค่อนข้างชันและอากาศค่อนข้างร้อน ใครมาเที่ยวอย่าลืมพกร่มหรือหมวกใบโตๆมาด้วยละกัน พื้นที่รอบเขาพระวิหารแม้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแต่ก็ยังถือเป็นพื้นที่อันตราย เนื่องจากยังมีกับระเบิดหลงเหลือรอบๆในพื้นที่อยู่อีกมาก ป้ายประกาศห้ามเดินออกนอกเส้นทางปักบอกเขตอันตรายมีให้เห็นตลอดระยะทางแม้แต่ระยะใกล้ๆห่างทางเดินออกไปไม่กี่เมตรก็ยังมีเจ้าหน้าที่กำลังทำงานตรวจหากับระเบิดกันอยู่ จากปราสาทขั้นที่ ๑ ก็จะเป็นทางเดินเรียบยาวไปจนถึงปราสาทขั้นที่ ๒ ก่อนขึ้นประสาทขั้นที่ ๒ เราจะพบ สระน้ำหรือบาราย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=trip2thai.wordpress.com&amp;blog=2583260&amp;post=4&amp;subd=trip2thai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><font face="Times New Roman, Times, Serif"><font color="#0000ff"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"><font color="#ff0000">ปราสาทเขาพระวิหาร</font> <font color="#999999">ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนชาวขอมในอดีตที่น่าท่องเที่ยวน่าศึกษาหาความรู้ หากทางกัมพูชาได้พัฒนาทัศนียภาพบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวให้ทัดเทียมกับทางด้านประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคงจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมายังสถานที่นี้ี่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบที่จะเกิดกับสถานที่อันเกิดจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและกับระเบิดที่ยังหลงเหลืออยู่ใครจะไปเที่ยวก็ต้องระวังตัวอย่าประมาทแล้วกันครับไม่งั้น ตูม!!! ไม่อยากคิดถึงเลยครับ</font></span><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"></span></font><font color="#999999"> </font></font><font face="Times New Roman, Times, Serif"><font color="#999999"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;">จากจุดหน้าผามออีแดงชายแดนไทยจะอยู่ห่างจากเชิงเขาพระวิหารชายแดนกัมพูชาอีกประมาณกิโลเมตรกว่าๆ เมื่อก่อนเห็นว่าจะมีรถรับส่งถึงที่แต่ปัจจุบันจะต้องเดินเท้าเข้าไปเองซึ่งก็ไม่ถือว่าไกลเท่าไหร่นัก จากลานทางเดินกว้างผ่านซุ้มประตูรั้วข้ามห้วยเล็กๆซึ่งถือเป็นเขตกั้นระหว่างไทยกับกัมพูชาก็จะเห็นเชิงเขาทางขึ้นเขาพระวิหารอยู่ข้างหน้า บริเวณข้างล่างจะมีตลาดขายของที่ระลึกอยู่หลายร้านซึ่งคงไม่ต่างจากตลาดอินโดจีนแถวบ้านผมสักเท่าไหร่ ระหว่่างทางเราจะเจอเด็กน้อยชาวเขมรเดินตามแร่ขายโปสเตอร์ภาพถ่ายเขาพระวิหาร &#8221; <font color="#ff6600">ซื้อให้หนูหน่อย</font> &#8221; &#8221; <font color="#ff6600">ขากลับพี่มาซื้อกับหนูนะ</font> &#8221; มีเด็กชาวเขมรเยอะมากที่ยึดอาชีพนี้ซึ่งหากเราเดินไปสักพักเราก็จะรู้ว่าเหมือนเป็นสคริปต์ที่เตรียมไว้สำหรับคุยกับนักท่องเที่ยวในการขาย เพราะเมื่อเดินไปไหนก็เจอเด็กพูดประโยคนี้หมดตลกดีเหมือนกัน</span><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"></span> </font></font><font face="Times New Roman, Times, Serif"><font color="#999999"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"><img border="1" vspace="2" align="left" src="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-026.JPG" hspace="6" alt="ทางขึ้นสู่เขาพระวิหาร" height="200" />นอกจากเด็กแร่ขายโปสเตอร์แล้วอาชีพที่ดูจะนิยมสำหรับชาวเขมรกรณีเป็นผู้ใหญ่แล้วคือ รับถ่ายรูปโพลารอยด์ให้กับนักท่องเที่ยวสนนราคาก้อแผ่นละ</span><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;">50<span>บาท ซึ่งเค้าจะเดินตามนักท่องเที่ยวชักชวนให้ถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้หากคุณไม่ถ่ายก็ไม่เป็นไรเค้าพร้อมจะเดินตามคุณแนะนำคุณไปตลอดทางจนถึงบนเขา ทั้งนี้เนื่องจากมีชาวเขมรยึดอาชีพนี้กันเยอะหากเค้าได้นักท่องเที่ยวที่ยอมถ่ายรูปให้เค้าสักรูปสองรูปก้อถือว่าคุ้มแล้ว อีกอย่างเค้ายังได้เรียนรู้ภาษาต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือต่างประเทศจากนักท่องเที่ยวมันเป็นกำไรที่เค้าสามารถนำไปใช้ในอาชีพต่อไป และแล้วเราก็ไม่พ้นได้หนุ่มน้อยชาวเขมรที่รับจ้างถ่ายรูปโพลารอยด์นี่แหละเป็นไกด์นำเที่ยว ระหว่างทางที่เดินไปเค้ายังได้เล่าถึงสภาพชีวิตความเป็ฆไหนอยู่ของชาวกัมพูชาว่ายังมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นลำบากกันไปทั่ว ตัวเค้าเองเรียนถึงแค่ระดับมัธยมปลายก็ต้องออกมาหางานทำเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวโดยเสียตังส์ไปนั่งเรียนฝึกพูดสนทนาภาษาไทยอยู่ประมาณ</span>2<span>เดือนก่อนจะมาทำอาชีพนี้ ภาษาไทยของเรากลายเป็นภาษาที่ชาวกัมพูชาสนใจที่จะเรียนรู้พอๆกับภาษาอังกฤษ ในอนาคตมันคงไม่แปลกหากคุณได้ไปเที่ยวประเทศต่างๆแถบอินโดจีนใกล้บ้านเราไม่ว่าจะ ลาว กัมพูชา พม่า หรือเวียดนาม สามารถพูดคุยสื่อสารกับคนในประเทศนั้นด้วยภาษาไทยของเราที่แหละ ใครที่จะมารับจ้างถ่ายรูปบนเขาพระวิหารจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ทางการตกประมาณคนละ ๒๐๐๐ บาทต่อเดือน คิดแล้วก้อไม่ใช่น้อยที่เดียวหากเทียบกับรายได้ที่จะได้ อีกทั้งยังคู่แข่งชาวเขมรที่ทำอาชีพนี้ด้วยกันซึ่งนับวันน่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</span></span> </font></font></div>
<div><span id="more-4"></span><font color="#999999" face="Times New Roman"></font></div>
<p><font color="#999999"><font face="Times New Roman, Times, Serif"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"><img border="1" vspace="2" align="right" width="200" src="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-037.JPG" hspace="6" alt="บารายหรื��สระน้ำในภาษาเขมร" />จากบันไดขั้นแรกถึงปราสาทชั้นที่ ๑ ซึ่งเหลือเป็นแค่ซากปรักหักพักไปแล้วเล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกันเพราะทางขึ้นค่อนข้างชันและอากาศค่อนข้างร้อน ใครมาเที่ยวอย่าลืมพกร่มหรือหมวกใบโตๆมาด้วยละกัน พื้นที่รอบเขาพระวิหารแม้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแต่ก็ยังถือเป็นพื้นที่อันตราย เนื่องจากยังมีกับระเบิดหลงเหลือรอบๆในพื้นที่อยู่อีกมาก ป้ายประกาศห้ามเดินออกนอกเส้นทางปักบอกเขตอันตรายมีให้เห็นตลอดระยะทางแม้แต่ระยะใกล้ๆห่างทางเดินออกไปไม่กี่เมตรก็ยังมีเจ้าหน้าที่กำลังทำงานตรวจหากับระเบิดกันอยู่ จากปราสาทขั้นที่ ๑ ก็จะเป็นทางเดินเรียบยาวไปจนถึงปราสาทขั้นที่ ๒ ก่อนขึ้นประสาทขั้นที่ ๒ เราจะพบ สระน้ำหรือบาราย ในภาษาเขมร ลักษณะเป็นสระน้ำสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดย่อมขอบสระมีบันไดหินลงไปเป็นขั้นๆสวยงามชาวเขมรสมัยโบราณก็ช่างคิดอย่างงี้เวลาใช้งานลงไปตักน้ำทำอะไรก็สะดวกเวลาน้ำลดระดับลงก็ไม่ต้องกลัวลื่นไถลตกน้ำ</span> </font><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"></span></font></p>
<p><font color="#999999" face="Times New Roman, Times, Serif"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"><img border="1" vspace="2" align="left" width="200" src="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-044.JPG" hspace="6" alt="ปืนใหญ่ที่ยังหันปากกระบ��กปืนมายังฝั่งไทยแต่สภาพชำรุดแล้ว" />ตัวปราสาทชั้นที่ ๒ อยู่ในลักษณะหลงเหลือแค่ตัวโครงปราสาทเพดานข้างบนอะไรต่างพังไปหมดแล้วเทียบกับปราสาทหินเขาพนมรุ้งหรือปราสาทหินพิมายแล้วของเราสภาพสมบูรณ์กว่าเยอะดีกว่าเยอะ เมื่อเดินผ่านปราสาทมาก็จะเป็นทางเดินไปยังปราสาทชั้นที่ ๓ สิ่งที่สะดุดตาผมที่ปราสาทชั้นนี้คงจะเป็นปืนใหญ่สภาพชำรุดแล้วตั้งอยู่บริเวณด้านข้างปราสาท หากดูวิถีปากกระบอกปืนใหญ่จะเห็นว่าเล็งมาทางหน้าผามออีแดงนั่นเอง มันทำให้นึกถึงบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างไทยกับทางกัมพูชาที่เกิดขึ้นในอดีต ถ้าเราลองมานั่งดูข่าวที่ผ่านมาจะพบว่านับตั้งแต่กัมพูชามีกรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารกับไทยตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๐๕ เขาพระวิหารพึ่งเปิดให้ขึ้นไปชมเมื่อปี ๔๑ ไม่กี่ปีมานี่เอง </span></font></p>
<p><font color="#999999"><font face="Times New Roman, Times, Serif"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"><img border="1" vspace="2" align="right" width="200" src="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-061.JPG" hspace="6" /></span>บริเวณห้องทางด้านซ้ายของปราสาทชั้นที่๓ว่ากันว่าเป็นห้องของบรรดาสนมของกษัตริย์ขอมในสมัยโบราณเมื่อผ่านมานับพันปีงานนี้ก็ต้องนั่งหลับตานึกจินตนาการเอาเองละครับว่าในสมัยก่อน</span><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"></span> </font><font face="Times New Roman, Times, Serif"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;">เลยจากปราสาทหลังที่ ๓ไปสักพักก็จะถึงปราสาทหลังที่ ๔ ซึ่งเป็นปราสาทชั้นสุดท้ายที่อยู่สูงสุดของยอดเขาพระวิหาร เมื่ออยู่บนยอดเขาสูงสุดจึงมีเทวลัยตั้งอยู่กลางของปราสาทถือเป็นจุดกึ่งกลางของจักรวาลตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ืที่เข้ามามีอิทธิพลต่อขอมในสมัยโบราณ นอกจากนี้ยังมี บรรณาลัย ซึ่งก็คือห้องสมุดสำหรับเก็บตำราต่างๆอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ด้านหลังของปราสาทก็จะเป็นจะเป็นหน้าผาสูงมองเห็นพื้นที่เบื้องล่างซึ่งเป็นเขตดินแดนติดต่อกัน ๓ ประเทศ คือ ไทย ลาว และ กัมพูชา</span><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"></span> </font></font></p>
<p><font face="Times New Roman, Times, Serif"><font color="#999999"><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"><strong><font color="#ff6600">ข้อมูลเพิ่มเติม</font></strong> : </span><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;">เขาพระวิหาร หรือภาษาเขมร เรียกว่า &#8220;<font color="#ff6600">เปรี๊ยะวิเฮียร์</font>&#8221; เป็นบริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนพื้นเมืองสมัยก่อนกษัตริย์ชัยวรมันที่๒ ได้กำหนดเขตบริเวณนี้และเรียกชื่อว่า &#8220;ภวาลัย&#8221; ภายหลังปรากฏชื่อในจารึกภาษาสันสกฤตว่า &#8220;ศรีศิขรีศวร&#8221; หมายความว่า &#8220;ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขาอันประเสริฐ&#8221; ซึ่งมีเทวสถานขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ ๙๐๐ เมตร ประกอบด้วยปราสาท ๔ ชั้น แต่ละชั้นตั้งอยู่บนแนวเขาที่เป็นเนินสูงลดหลั่นกันขึ้นไปตามลำดับทั้ง ๔ ชั้น ทางเดินระหว่างชั้นของปราสาทได้อาศัยแผ่นศิลาบนผิวพื้นภูเขานั้นเป็นแนวถนนและขั้นบันได โดยตกแต่งให้มีระดับต่อเนื่องกันจนถึงยอดสูงสุดอันเป็นที่ตั้งของปราสาทชั้นที่ ๔ ซึ่งเป็นปราสาทองค์ประธานอยู่ชิดกับหน้าผา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๖๕๗ เมตรจากหลักฐานที่ปรากฏในจารึกแสดงว่าเขาพระวิหารแห่งนี้เป็นศิวะสถานสร้างขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕ และต่อมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ได้มีการสร้างเสริมเพิ่มเติมโดยลำดับจนสำเร็จในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ซึ่งเป็นผู้ให้บันทึกคำประกาศของทางราชการไว้บนแผ่นศิลาจารึก จากหลักฐานต่างๆ คาดว่าสร้างในปี พ.ศ.๑๔๓๒-๑๔๔๓ ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่๑ เพื่อใช้เป็นสถานที่สักการะตามความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์</span><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"></span> </font></font></p>
<p><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"><font color="#999999" face="Times New Roman, Times, Serif">ปราสาทเขาพระวิหารแห่งนี้เดิมเคยอยู่ในความปกครองดูแลของไทยและกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ปัญหาการแย่งชิงเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชาเริ่มตั้งแต่ปี ๒๔๕๐ จักรวรรดินิยมฝรั่งเศสได้อาศัยแสนยานุภาพทางทหารบีบให้รัฐบาลสยามยอมเขียนแผนที่กำหนดให้เขาพระวิหารอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ในการทำสนธิสัญญาเพิ่มเติม ทั้งๆ ที่ไม่ว่าจะตามสนธิสัญญาเดิม พ.ศ.๒๔๔๗ หรือตามสภาพภูมิศาสตร์กำหนดให้อยู่ในดินแดนของไทยอย่างชัดเจนการเจรจาต่อรองกันจนกระทั่งยืดเยื้อมาหลายยุคการปกครอง จนวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๐๒ รัฐบาลเจ้านโรดมสีหนุแห่งกัมพูชา ภายใต้การหนุนหลังของฝรั่งเศสได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลกขอให้ไทยถอนกองกำลังทหารออกจากเขาพระวิหารและขอให้ศาลชี้ขาดว่าอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารนั้นเป็นของเขมร คนไทยตอนนั้นช่วยกันบริจาคคนละ๑บาทเป็นค่าใช้จ่ายให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นำคณะทนายความไปต่อสู้ในศาลโลก ประเทศเนเธอรแลนด์ แต่ผลที่สุดใน ศาลโลกตัดสินยกเขาพระวิหารให้เป็นของกัมพูชา โดยอ้างแผนที่ฉบับแก้ไขเป็นหลักฐานสำคัญทำให้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมาได้เปลี่ยนไปอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของประเทศกัมพูชาสืบมาจนถึงปัจจุบัน</font></span><span style="font-size:9pt;font-family:Tahoma;"></span></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/trip2thai.wordpress.com/4/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/trip2thai.wordpress.com/4/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/trip2thai.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/trip2thai.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/trip2thai.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/trip2thai.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/trip2thai.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/trip2thai.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/trip2thai.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/trip2thai.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/trip2thai.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/trip2thai.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/trip2thai.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/trip2thai.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/trip2thai.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/trip2thai.wordpress.com/4/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=trip2thai.wordpress.com&amp;blog=2583260&amp;post=4&amp;subd=trip2thai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://trip2thai.wordpress.com/2008/01/22/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/172c4c1a4077f53e06e94e1aef32386a?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">trip2thai</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-026.JPG" medium="image">
			<media:title type="html">ทางขึ้นสู่เขาพระวิหาร</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-037.JPG" medium="image">
			<media:title type="html">บารายหรื��สระน้ำในภาษาเขมร</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-044.JPG" medium="image">
			<media:title type="html">ปืนใหญ่ที่ยังหันปากกระบ��กปืนมายังฝั่งไทยแต่สภาพชำรุดแล้ว</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.geocities.com/aunphoto/khaophrawihan/24-10-2547/Trip_khaophrawihan-061.JPG" medium="image" />
	</item>
	</channel>
</rss>
